2012/11/18
2012/11/06
สิ่งที่สูงค่าที่สุดในชีวิต
อะไรคือสิ่งที่สูงค่าที่สุดในชีวิต?
ทรัพย์สิน เงินทอง ความรัก อำนาจ ยศฐาบรรดาศักดิ์
หลายคนคงคิดไปต่างๆ นานา
คำตอบที่ทุกคนน่าจะเห็นพ้องกันก็คือ
"ชีิวิต" นี่แหละมีค่าที่สุด
แล้วไอ้คำว่า "ชีิวิต" มันคืออะไร?
คำตอบอาจมีได้หลากหลาย
ชีิวิต คือ การดำรงอยู่ของตัวเรา
ชีวิต คือ การที่ยังมีลมหายใจอยู่ มีความรู้สึกนึกคิด เดินเหินได้ กินอิ่มนอนอุ่น
ชีวิต คือ สิ่งที่ยึดถือไว้เป็นตัวเป็นตน ด้วยจิตของเราเอง
หากพูดถึงคุณภาพชีิวิตในระดับโลกๆ คงหนีไม่พ้นคำว่าสุขภาพ เพราะชีิวิตจะมีค่าได้อย่างไร หากเรามีสุขภาพที่ย่ำแย่ บางคนนอนหายใจด้วยเครื่องช่วยหายใจ บางคนเป็นอัมพาต ขยับร่างกายได้ตั้งแต่คอขึ้นไป แต่ร่างกายส่วนที่เหลือไร้ความรู้สึก บางคนนอนหลับเป็นผักอยู่บนเตียงให้ครอบครัวข้างหลังรอคอยปาฏิหาริย์
ใครบางคนบอกไว้ว่าชีวิตเป็นสิ่งที่เกินคาดเดา อยู่ดีๆ เราอาจจะล้มหายตายจาก เกิดโรคภัยไข้เจ็บต้องล้มหมอนนอนเสื่อเมื่อไรก็ไม่รู้ บ้างบอกว่าเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิต บ้างบอกว่าเป็นกรรมเก่า
สำหรับทัศนะของผม เราทุกคนเป็นผู้มีสิทธิ์สูงสุดในชีวิตของตน เราสามารถเลือกที่จะทำอะไรกับชีิวิตของตนเองได้
ตรงนี้จึงอยากเล่าเรื่องราวที่มีแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของพี่ที่รู้จักแถวบ้านของผมให้เป็นอุทธาหรณ์สอนใจให้คนที่ประมาทในชีวิต
------------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อหลายปีที่แล้ว พี่แถวบ้านของผมคนหนึ่งซึ่งอยู่ในวัยปลายยี่สิบ เขาเป็นหนุ่มโสด ทำงานรัฐวิสาหกิจในตำแหน่งงานทีสบายและมั่นคง แม้ไม่จบปริญญาตรี แต่ก็ถือว่าเขาโชคดีที่มีงานการที่พอจะหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวในอนาคตได้โดยไม่ลำบากมากนัก เขารู้ความจริงข้อนี้ดี และไม่คิดจะดิ้นรนหางานใหม่ให้เหนื่อยเปล่า
ด้วยน้ำหนักตัวเกินหนึ่งร้อยกิโลกรัมของเขา จึงไม่ยากที่ทุกคนจะจำเขาได้ ทุกๆ เย็นหลังเลิกงาน ใครที่ผ่านไปผ่านมาแถวปากซอยก็จะเห็นเขาคนนี้นั่งจิบเบี่ยร์คลายกลุ้มจากการทำงาน บรรยากาศของค่ำคืนช่างน่าหลงใหล การกินเบียร์พร้อมกับเชียร์ฟุตบอลนัดสำคัญเป็นกิจกรรมคลายเครียดที่ดีที่สุดของเขา
ไม่มีใครรู้ว่าความเครียดจากงาน หรือจากเรื่องส่วนตัวของเขาใหญ่หลวงเพียงใด ยามว่างหลังเลิกงาน เวลาส่วนใหญ่มักหมดไปกับเบียร์และกับแกล้มจานโปรด เพื่อนคุยมากมายเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตาไปเรื่อยๆ ภายนอกเขาอาจดูมีเพื่อนรุมล้อม แต่ภายในเขากลับกลวงเปล่า ความกลวงเปล่านี้อาจจะเป็นแรงผลักดันให้เขาหาความตื่นเต้นเล็กๆ น้อยๆ ของชีวิต ความตื่นเต้นที่มีเงินและลูกกลมๆ เป็นเดิมพัน เป็นกิจกรรมอันตรายที่ทำให้คนไทยจำนวนมากโดยเฉพาะชายหนุ่มติดอยู่ในวังวนแห่งหนี้สิน กิจกรรมนั้นเรียกสั้นๆ ว่า "พนันบอล"
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผลตรวจร่างกายประจำปีของบริษัทออกมาดูไม่ดีนัก แพทย์เตือนเขาว่าเขาอาจจะมีปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ถ้ายังไม่ลดอาหารและไม่งดแอลกอฮอล์ ความเครียดเขาพุ่งขึ้นสูงตามหนี้สินและตัวเลขในเลือด แต่ยังไม่สูงพอที่จะผลักเขาให้ตื่นมารู้ความจริงว่า สิ่งที่เขาทำอยู่มันคือคนทางแห่งหายนะ
เย็นวันหนึ่ง ขณะปั่นจักรยานกลับบ้าน ชีวิตของเขาก็ต้องพบกับความเปลี่ยนแปลง...
วันนี้ผ่านมาสามปีกว่าๆ แล้ว
เขาต้องลาออกจากงาน เนื่องด้วยสภาพร่างกายไม่พร้อม ต้องผันตัวมาเป็นพ่อค้าขายของชำที่บ้าน ใช้สมองที่ฝ่อไปเสียครึ่งหนึ่งเนื่องจากเหตุการณ์เส้นเลือดแตกในสมองครั้งนั้นคิดคำนวณเงินทอนให้ลูกค้าอย่างช้าๆ แต่แม่นยำ
ทุกวันนี้เขาออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกเช้าด้วยการเดิน ด้วยความหวังว่าจะทำให้กล้ามเนื้อขาที่ลีบเล็กดีขึ้นมาได้บ้าง เขายังเสียใจอยู่บ้างที่ไม่สามารถทำหน้าที่ลูกที่ดี หาเงินมาจุนเจอครอบครัวได้เหมือนแต่ก่อน แถมยังต้องเป็นภาระของพ่อแม่ต้องดูแลในช่วงที่เขาหลับไม่ได้สติ
อย่างไรก็ดีทุกวันนี้ชีวิตของเขาดีขึ้น แม้จะเดินกะโผลกกะเผลก คิดช้าตอบสนองช้า ร่างกายดูพิกลพิการ และต้องเสียงานที่มั่นคงไป แต่อย่างน้อยเขาก็หันหลังให้กับเหล้าเบียร์และโต๊ะพนันบอล สองอย่างที่เป็นต้นเหตุของการสูญเสียครั้งนี้ได้โดยเด็ดขาด
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญต่อคุณภาพชีวิต เราอาจมีเงินจ้างแพทย์มือหนึ่งมารักษาตัว แต่ไม่มีทางรับประกันว่าจะซื้อสุขภาพที่ดีกลับคืนมาได้
ใครที่อ่านถึงบรรทัดนี้ทุกคน ขอให้รักษาชีวิตตัวเองให้ดีครับ บางครั้งเราอาจไม่รู้ตัวว่าตัวเราเองกำลังเดินสู่หายนะ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีคำว่าสายถ้าจะหันกลับมาดูแลสิ่งที่สูงค่าที่สุดในชีวิต นั่นก็คือ "ชีวิต" ของเราเองครับ
ด้วยความปรารถนาดี :)
2012/11/01
การกลับมา
หายไปปีกว่า นึกครึ้มอยากกลับมาเขียนบ้าง
ตอนนี้มีโครงการในหัวมากมายเต็มไปหมด หนึ่งปีกว่าๆ ที่ผ่านมา ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ
ตอนนี้กลับมาอยู่กทม. แล้ว หลังจากไปทำงานที่สุราษฎร์+สมุย+นครศรีธรรมราช 4 ปีเต็ม
นับไปนับมา เราทำงานบริษัทมาเกือบ 6 ปีแล้ว
อายุก็เกือบแตะ 30
ทบทวนดีๆ ทำให้รู้เลยว่า บางทีการไม่ได้เขียนบันทึก ก็ทำให้เป้าหมายชีวิตบางอย่างไม่ค่อยชัดเจน
และไม่เป็นรูปเป็นร่างอย่างที่คิด
สัญญากับตัวเองว่า
ต่อไปจะมาเขียนบ่อยๆ.
ตอนนี้มีโครงการในหัวมากมายเต็มไปหมด หนึ่งปีกว่าๆ ที่ผ่านมา ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ
ตอนนี้กลับมาอยู่กทม. แล้ว หลังจากไปทำงานที่สุราษฎร์+สมุย+นครศรีธรรมราช 4 ปีเต็ม
นับไปนับมา เราทำงานบริษัทมาเกือบ 6 ปีแล้ว
อายุก็เกือบแตะ 30
ทบทวนดีๆ ทำให้รู้เลยว่า บางทีการไม่ได้เขียนบันทึก ก็ทำให้เป้าหมายชีวิตบางอย่างไม่ค่อยชัดเจน
และไม่เป็นรูปเป็นร่างอย่างที่คิด
สัญญากับตัวเองว่า
ต่อไปจะมาเขียนบ่อยๆ.
Subscribe to:
Comments (Atom)

