Pages

2011/05/18

7 คืน 8 วัน กับการปฏิบัติธรรมที่ยุวพุทธฯ






















เมื่อวันที่ ๑๐ - ๑๗ พ.ค. ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในหลักสุตรยอดนิยมที่กล่าวกันว่าเปลี่ยนชีวิตของคนมานับแสน "หลักสูตรพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาและสันติสุข โดยคุณแม่สิริ กรินชัย"


ช่วงหลังจากจบมหาวิทยาลัยมา ผมนิยมอ่านหนังสือธรรมะเป็นประจำอยู่แล้ว เพื่อขัดเกลานิสัยตนเอง เพราะรู้ตัวว่า เป็นคนมีความโลภ โกรธ หลง ค่อนข้างเยอะ และถ้าหากไม่มีธรรมะมาเป็นตัวเบรคซะบ้างจะทำให้ตัวเองเถลไถลออกนอกเส้นทางชีวิตที่คิดและควรจะไป


เหตุผลหลักๆ ที่ตัดสินใจหักดิบครั้งนี้ก็คือ

๑. รู้สึกว่าตัวเองเจอประสบการณ์เฉียดตายบ่อยพอสมควร ทำให้ตระหนักว่า ความตายอยู่ใกล้จริงๆ ไม่รู้เลยว่าจะมาถึงเมื่อไร เหมือนกับคำของพระไพศาล วิศาโลที่ว่า "เราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้กับชาติหน้า อย่างไหนจะมาถึงก่อนกัน" จึงปลงใจได้ว่าควรหาวิธีเตรียมตัวตายโดยการฝึกสติโดยไม่ผัดวันประกันพรุ่งอีกแล้ว

๒. อ่านหนังสือธรรมะเยอะมากถึงขึ้นหนึ่ง เริ่มใฝ่รู้และอยากก้าวหน้าในทางธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งถือว่าเป็นยอดของพระพุทธศาสนา เลยอยากจะสัมผัสซักครั้งว่าเป็นอย่างไร

๓. รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่า ชีวิตมันเคว้งๆ ไม่มีที่ยึดเหนี่ยวทางใจที่แท้จริง ที่ผ่านมาการมุ่งมั่นทำงานหนัก (มีอยู่บางช่วงเหมือนกันที่รู้สึกอย่างนั้น) การได้เงินมากๆ การพักผ่อนท่องเที่ยว ฯลฯ ไม่เคยเติมใจที่พร่องไปได้

๔. ช่วงที่ทำงานสมุยแล้วมีประสบการณ์ติดเกาะ (คงจำได้ว่าน้ำเพิ่งท่วมไปไม่นาน) ช่วยตอกย้ำว่า อะไรก็ไม่แน่นอน อะไรสำคัญที่สุดในชีวิตควรทำก่อน เลยตัดสินใจได้ว่าควรเรียนรู้สิ่งที่สำคัญยิ่งก่อน




เมื่อตัดสินใจไปแล้ว ก็พยายามเตรียมตัวทำใจให้สงบและอ่านหนังสือธรรมะ แต่ไปๆมาๆ กลับเล่นเน็ต เล่นเกมส์ ฟังเพลงไปวันๆ เหมือนกิเลสในตัวมันเริ่มแข็งขืนต่อต้านสิ่งที่จิตแท้เราปรารถนายังไงยังงั้น

เมื่อรู้ว่าเราต้องจัดเตรียมชุดขาวไปให้ครบโดยไม่มีการซัก ทำให้สองวันสุดท้ายก่อนเข้าปฏิบัติ จึงต้องง่วนอยู่กับการหาซื้อเสื้อผ้าและจัดเตรียมสิ่งของ (และก็เตรียมใจไปพร้อมๆ กัน)


ตอนนั้นเริ่มรู้สึกลึกๆ ว่า "นี่เราจะทำได้หรือ?"


แต่แล้วพอได้ก้าวเท้าเข้าไปในยุวพุทธฯ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ตัวเองที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่ง
(ต่อตอน ๒)

No comments:

Post a Comment