
คุณแม่สิริคือใคร?
ผมเองได้อ่านหนังสือธรรมะมาเยอะ ก็รู้จักคุณแม่สิริอยู่ก่อนแล้วผ่านทางหนังสือ คุณแม่สิริท่านเป็นวิปัสสนาจารย์ (อาจารย์สอนวิปัสสนากรรมฐาน) ที่ได้รับวิชามาจากท่านเจ้าคุณที่เป็นปรมาจารย์ทางวิปัสสนาของไทย จุดเด่นของคุณแม่ก็คือ ท่านสามารถสร้างหลักสูตรที่ทำให้ผู้เข้าปฎิบัติสามารถเข้าใจง่าย เป็นลำดับขั้นตอนชัดเจน และที่สำคัญ ท่านเสียสละอุทิศตนให้กับการสอนวิปัสสนามายาวนานมาก หากใครก็ตามได้ยินเสียงของคุณแม่จะรู้สึกได้ถึงความเมตตากรุณาในดวงจิตของท่านแน่นอน
คำตอบคือ หลักๆ มีอยู่ ๓ อย่างเท่านั้นเอง (สามอย่างนี้คือทางสู่นิพพาน มรรคมีองค์ ๘)
๑.กำหนดอิริยาบถย่อย
๒.เดินจงกรม
๓.นั่งสมาธิ
ทำแค่นี้จริงๆ
ขออธิบายเพื่อขยายความซักหน่อย
---------------------------------------------------------------------
๑.การกำหนดอิริยาบถย่อย ถือเป็นหัวใจของการฝึกสติให้กำหนดรู้ตัวอยู่เสมอ คุณแม่สิริฯเมตตาสอนพวกเราว่า สิ่งนี้มีความสำคัญถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด วิธีการทำก็คือ การตามรู้หรือกำหนดรู้ในสิ่งที่เราทำอยู่ตลอดเวลา เช่น หากเรากำลังเคี้ยวข้าว ใจของเราก็ต้องระลึกอยู่ในใจว่า "เคี้ยวหนอ" และพยายามทำอาการทีละอย่างเพื่อที่จิตเราจะกำหนดตามได้ทัน หากมีอะไรมากระทบก็ให้รู้ทัน เช่น ถ้ามีเสียงฟ้าร้องดัง เราก็ต้องกำหนดทันทีว่า "ยินหนอ" แล้วกลับมาตั้งใจทำสิ่งที่เราทำอยู่ต่อไป การทำเช่นนี้จะเป็นการตัดตอนกิเลสใดๆ ที่เกิดจากการคิดหวนอดีต กังวลอนาคต ซึ่งส่งผลให้เราตัดการทำชั่วทั้งหมดไปได้ ถ้าหากเราทำอย่างช่ำชองตลอดเวลา ทุกขณะจิต จะทำให้เราเข้าถึงสัจธรรมและสามารถตัดกิเลสได้ถาวรหมดสิ้น จนทำให้ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก (นิพพาน)
๒.การเดินจงกรมคือ การเป็นกำหนดตามรู้กายอย่างมีแบบแผนขึ้นมาหน่อย โดยคุณแม่ให้ความสำคัญ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ของทั้งหมด
๓.การนั่งสมาธิ เป็นการเจริญสมาธิและสติตามแนววิปัสสนาเพื่อให้ได้ญานระดับต่างๆ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่ามี ๑๖ ระดับ มีความสำคัญอยู่ที่ ๕ เปอร์เซ็นต์
-------------------------------------------------------------------------------------------------
นอกจากนี้ กิจกรรมอื่นๆ ที่ได้ทำเสริมก็คือ การฟังธรรม การพูดคุยสอบอารมณ์กับวิทยากร อันจะช่วยให้องค์รวมของความเข้าใจทางธรรมะของพระพุทธเจ้าแจ่มชัดยิ่งขึ้น
ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า การมาปฏิบัติธรรมที่นี้ไม่ได้ยากลำบากอย่างที่หลายคนคิดกัน
ด้านบุคลากรก็เพียบพร้อม วิทยากรแต่ละท่านล้วนมีความตั้งใจและจิตกรุณาหวังที่จะสอนเราให้พัฒนาขึ้นๆ เจ้าหน้าที่ แม่บ้าน ก็ทำหน้าที่ของตนได้ไม่ขาดตกบกพร่อง
ด้านที่อยู่อาศัย อาคารสถานที่ รวมทั้งอาหารเครื่องดื่มก็พูดได้ว่าสะดวกสบายมาก (ภาษาบาลีเรียกว่าสัปปายะ คือเหมาะควรแก่การปฏิบัติธรรม) นอนห้องแอร์ ห้องน้ำสะอาด อาหารมังสะวิรัติครบสามมื้อ แถมมีตู้เครื่องดื่มไว้บริการอีก
ทั้งหมดทั้งมวลดูจะพร้อมสรรพสำหรับการเรียนรู้ เพียงแต่ว่าผลที่ได้นั้นย่อมแตกต่างไป ตามแต่ความตั้งใจและบุญเก่าของผู้ปฏิบัติด้วย
(ต่อตอน ๓)
No comments:
Post a Comment