นักสะสมหนังสือ (Book Collector)
ทุกคนต้องเคยสะสมอะไรซักอย่าง
หลายคนอาจเคยเป็นเหยื่อของกรมไปรษณีย์โทรเลข(ปัจจุบันยกเลิกกรมนี้ไปแล้ว กลายเป็นบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด) นั่งตามซื้อสะสมแสตมป์แทบทุกชุด
รวยหน่อยก็สะสมที่ดิน สะสมรถยนต์ สะสมมอเตอร์ไซค์ สะสมบ้านพักตากอากาศ หรือไล่เรียงไปกระทั่งสะสมบ้านเล็กบ้านน้อย
ผู้หญิงอาจจะชอบสะสมเสื้อผ้า รองเท้า น้ำหอม ลิปสติก ฯลฯ
บางคนอาจจะสะสมของแปลกๆ เช่น ซากแมลงปอ ปอยผมของเด็กสาว ตั๋วหนังเลขโต๊ด ลอตเตอรี่ที่ถูกกิน ฯลฯ
ส่วนผมเองสะสมหนังสือ
เคยประมาณไว้คร่าวๆ ว่าน่าจะมีสะสมไว้เกินหนึ่งพันเล่ม
ผมไม่ใช่นักอ่าน หรือคนรักหนังสือเข้ากระดูก ไอ้คำว่า "นักสะสมหนังสือ" นี่ละเหมาะมาก เพราะเนื้อแท้ของผมไม่ใช่คนรักการอ่านที่จะอ่านดะไปทุกแนว เพราะส่วนใหญ่จะเลือกอ่านเล่มที่ชอบ และมักจะอ่านซ้ำๆ ส่วนเล่มที่ไม่ชอบก็ผัดผ่อนได้เรื่อยๆ ว่าจะอ่าน จะอ่าน แต่ก็ไม่เคยอ่านเสียที
ถามตัวเองว่าทำไมบ้าซื้อหนังสือ ก็ได้คำตอบว่า
- บางเล่มซื้อเพราะชอบจริงๆ อยากอ่านจริงๆ
- บางเล่มซื้อเพราะมันถูก มันลดราคา
- บางเล่มซื้อเพราะมันดังติดอันดับ
- บางเล่มซื้อเพราะอยากให้พ่อ แม่ น้องๆ อ่าน แต่เค้าก็ไม่อ่าน เลยเอามาเก็บซะเอง
- บางเล่มซื้อเพราะชอบตัวนักเขียน
- บางเล่มซื้อเพราะได้รางวัล
- บางเล่มซื้อเพราะขายดีพิมพ์ซ้ำหลายรอบ (แสดงว่ามันต้องมีอะไรดีแน่ๆ)
- บางเล่มซื้อเพราะชื่อเรื่อง หรือหน้าปก (Judge the book by its cover ขนานแท้)
- บางเล่มซื้อเพราะอยากให้ตัวเองอ่านหนังสือเล่มนั้น แนวนั้น เพราะมันจะเท่มาก ถ้าได้อ่าน
- และเหตุผลยิบย่อยร้อยห้าสิบ เกินจะบอกได้หมด
และผลกรรมของการบ้าซื้อ คือ
- อ่านไม่ทัน และพานรู้สึกผิด ( "พาน" นี้ใช้ถูกแล้ว ส่วนมากมักใช้ผิดว่า "พาล")
- ไม่มีที่จะเก็บ กองเกะกะ
- เป็นภาระในการทำความสะอาด
- จะย้ายทีอยู่ทีนึงก็ต้องขนกันที หนาและหนัก
- และที่สำคัญที่สุดคือ เปลืองเงิน
โชคดีที่นิสัยคนเรามันเปลี่ยนแปลงกันได้ ตั้งแต่ต้นปีนี้เลยคิดใหม่ทำใหม่
- มุ่งมั่นเลิกซื้อหนังสือใหม่โดยเด็ดขาดจนกว่าจะอ่านของเก่าหมด
- แน่นอนว่าข้อข้างต้นน่ะทำไม่ได้หรอก (ฮา) ดังนั้น เพื่อไม่ให้โหดจนเกินไป จึงอนุญาตตัวเองให้ผิดกฎข้อหนึ่งได้บ้าง โดยถ้าอยากได้จริงๆ ต้องคิดทบทวนอย่างดีว่า เหตุผลคืออยากอ่าน และอยากเก็บไว้ตลอดไป
- หนังสือที่อ่านแล้ว ไม่คิดจะอ่านซ้ำ จะบริจาคออกไปให้หมด
- หนังสือที่สวนทางกับเป้าหมายชีวิต ก็เช่นกัน
- หนังสือที่ไม่เคยอ่าน ไม่คิดจะอ่าน ไม่อยากอ่าน (แล้วตอนนั้นซื้อมาทำไม?) ก็จะไม่รอด
- และซักพักจะปรับใช้กฎข้อสุดท้าย คือ "ซื้อหนังสือใหม่มาเล่มหนึ่ง จะต้องเอาเล่มเก่าออกไปบริจาคหนึ่งเล่ม"
กฎข้อสุดท้ายนี้สำคัญมาก เพื่อคุมปริมาณหนังสือให้อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ ไม่เช่นนั้น หนังสือก็จะกลายเป็นสมบัติบ้าที่รอวันเป็นอาหารปลวก
ถ้าทำได้ตามข้อนี้ อัตราการซื้อหนังสือใหม่ย่อมลดลงได้อีกเยอะ
ว่าแล้วไปคุ้ยหนังสือมาอ่านดีกว่า :)
เต๋าเตะปีบ ที่ขอยิมแล้วไม่ให้ยิมจะเก็บไว้เป็นตำราชีวิตหนะ ก่อนเลย
ReplyDeleteยังไม่เคยอ่านนะ เต๋าเตะปี๊บเนี่ย ฮ่าๆๆ
ReplyDelete