Pages

2011/05/06

การเริ่มต้น

เคยคิดมาตั้งนานว่าจะเขียนบันทึกประจำวัน หรือไดอารี่ หรือบล็อกให้เป็นชิ้นเป็นอัน เขียนให้ได้สม่ำเสมอเป็นกิจวัตร ความคิดนี้วนเวียนรบกวนจิตใจมานาน เพราะในความเป็นจริง เราไม่เคยได้ทำสิ่งที่อยากทำ อาจด้วยข้ออ้างต่างๆ ในชีวิต รวมทั้งตัวขี้เกียจที่สิงสู่อยู่ในเรา จนเสมือนว่ามันเป็นตัวตนของเราไปแล้ว


จนเมื่อจับพลัดจับผลู รวมผลงานกลอนเก่าๆ และแต่งผลงานใหม่เพิ่ม จับแต่งตัวแล้วส่งเข้าประกวด ได้รางวัล Young Thai Artist Awards สาขาวรรณกรรมในปีแรกที่มีการจัดแข่งขัน ส่งผลให้มีหนังสือกลอนออกวางจำหน่าย ตอนนั้นเคยคิดภูมิใจในผลงานของตัวเองว่ามันเจ๋งซะเต็มประดา ลำพองในตัวตนและในผลงานประหนึ่งพ่อแม่ที่มักคิดว่าลูกของตัวน่ารักเสียยิ่งกว่าลูกใครๆ เคยมั่นหมายว่าจะดำเนินทางนักเขียนได้ตลอดรอดฝั่ง ฝากผลงานอันทรงคุณค่าให้นักอ่าน เป็นที่จดจำ เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ บลา บลาๆๆๆ


ไฟมันแรงจริงๆ ช่วงนั้น เหมือนที่เค้าเรียกกันว่า ไฟไหม้ฟาง


จนเมื่อต้องทำงานประจำ และมีอันต้องโยกย้ายไปทำงานที่ต่างจังหวัด ได้เปลี่ยนไปยังสายงานที่แปลกออกไป เป็นสายงานที่ผู้คนไม่ค่อยรู้จัก รวมทั้งเราในตอนนั้นด้วย


ห้าปีผ่านไป

ทุกวันนี้มองชีวิตและการเป็นนักเขียนในอีกมุมหนึ่ง



ถามตัวเองว่าอยากเป็นนักเขียนเพื่ออะไร?
เงิน
ชื่อเสียง
ความภูมิใจ
ความสุขที่ได้เขียน
ฯลฯ



กลับตอบตัวเองไม่ได้


เงิน-คิดว่าทำงานประจำก็พอเลี้ยงตัวเองได้แล้ว
ชื่อเสียง-ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่อยากได้
ความภูมิใจ-หากความภูมิใจผูกติดกับชื่อเสียงและเงินทอง แล้วจะมีทำไม?
ความสุขที่ได้เขียน-หากเขียนด้วย โลภ โกรธ หลง แล้วจะมีความสุขที่แท้ได้อย่างไร?



คิดใหม่ทำใหม่ กลับไปที่ต้นทางของความคิดที่อยากจะเขียนบันทึก ไดอารี่ บล็อก ฯลฯ



สรุปได้แล้วว่าตอนนี้ จะเขียนเพื่อเข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่น ผ่อนคลาย ฝึกฝน และไม่คาดหวัง



จึงเป็นที่มาของบล็อกนี้

Klui the Blogger.



3 comments:

  1. ฮ่าๆๆ ชอบจังที่บอกว่าภูมิใจในผลงานเหมือนพ่อแม่มองว่าลูกตัวเองน่ารักที่สุด ได้อารมณ์มากๆ
    เราก็มี"ข้ออ้าง"มากมายเหมือนกันในการ(ยัง)ไม่เขียน

    วันก่อนฟังพี่นิ้วกลมให้สัมภาษณ์ที่ greenwave
    เค้าบอกว่า สิ่งแรกที่เราจะได้จากการเขียน ก็คือการเข้าใจตัวเองนี่แหละ
    เวลาเขียน ให้เขียนเหมือนว่าจะไม่มีบก.หรือใครคนใดในโลกได้อ่าน แล้วมันจะเป็นงานเขียนที่จริงใจและดีที่สุด :)

    ReplyDelete
  2. ชอบบทสรุปมากเลยพี่ขลุ่ย
    โบก็มองเห็นตัวเองแบบเดียวกันนะ คือมีความสุขกับการเขียน ชอบ อยากฝึกฝน ไม่ได้อยากได้ชื่อเสียง แต่เงินทองมาก็ดีฮ่าๆ เพราะยังงกอยู่ และเขียนเพื่อฝึกฝน

    ที่สำคัญฝึกสมาธิคนไฮเปอร์อย่างโบ และมีคนอ่านชอบงานของเรา หรืองานของเราทำให้คนอื่นเกิดแรงบันดาลใจในสิ่งดีๆ บ้าง เกิดแรงกระเพื่อมของสังคม ทำให้คนอ่านมีความสุข แล้วสรุปพูดไปพูดมา นี่คือ ความคาดหวังรึเปล่านะ

    ReplyDelete
  3. พึ่งอ่านจบ เราก็คิดอย่างนี้ เคยเขียนๆไว้ แต่ไม่เป็นหมวดหมู่ คิดอะไรได้ก็เขียน มีเวลากลับมาอ่าน รู้เลยว่าความคิดเราเปลี่ยนไปได้เสมอ
    เราชอบนะ ชอบอ่าน ชอบดูวิธีการถ่ายทอดความคิด...บางตอนเหมือนอ่านความคิดตัวเองเลย...ขอเป็นผู้ติดตามผลงานอีกคน

    เกิดแรงบันดาลใจ อยากเขียนจริงจังบ้างแล้วหละ ^_^

    ReplyDelete